เครื่องปั่นน้ำผลไม้เชียร์ไทยถล่มจิงโจ้

ผ่านพ้นไปแล้วกับเกมส์การแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญที่สุดของหัวใจคนไทย ที่กล่าวมาแบบนั้นก็คงจะเป็นเพราะว่าแมตนี้ไม่ใช่แค่เป็นแมตการแข่งขันที่หวังผลการแข่งขันปกติทั่วๆไปเหมือนรายการฟุตบอลปกติ แต่เป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ระหว่างทีมชาติไทยพบกับทีมชาติออสเตรเลีย ซึ่งแมตนี้นั้นเป็นเหมือนแมตที่จะทำให้คนไทยนั้นกลับมามีความสุขทั้งประเทศเป็นแน่ถ้าหากว่าได้รับชัยชนะเหนือทีมจากแดนจิงโจ้นั่นเอง ก่อนเกมส์การแข่งขันเริ่มขึ้นนั้น ทีมชาติไทยมีความพร้อมแบบสุดขีด ผู้เล่นทุกคนนั้นได้ทำการเข้าแคมป์เก็บตัวกันเป็นเวลาสองสัปดาห์โดยประมาณ ซึ่งต้องท้าวความย้อนกลับไปว่า ไม่ใช่แค่เพียงนักฟุตบอลทีมชาติไทยเท่านั้น แต่หมายถึงคนไทยทั้งประเทศนั้นเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้เสียใจทั้งประเทศนั้นก็คือการที่สำนักพระราชวังได้ประกาศข่าวร้ายถึงการเสด็จสรรคตของในหลวงรัชากาลที่ 9 ส่งผลถึงสภาพจิตใจของคนทั้งชาตินั้นย่ำแย่เลยทีเดียวเชียว ดังนั้นจึงเป็นความหวังของนักฟุตบอลชุดนี้ที่จะทำหน้าที่แทนคนในชาติ เพื่อที่จะดึงสภาพจิตใจของคนในชาติให้กลับมาชุ่มชื่นอีกครั้งนั่นเอง แน่นอนว่าก่อนทำศึกนั้นแฟนบอลชาวไทยเข้าไปในสนามกันจนเต็มความจุของสนามราชมังคลากว่าสี่หมื่นคน ส่วนทางตัวผู้เล่นของทีมชาติไทยนั้นก็ถือได้ว่าส่งรายชื่อ 11 ตัวจริงมาแบบชนิดที่ว่าจัดเต็มทุกตำแหน่งเลย โดยที่เริ่มจากผู้รักษาประตูนั้นก็คือ กวิน ธรรมสัจจานันท์ ประตูมือหนึ่งจากทีมเมืองทอง กองหลังนั้นส่งผู้เล่นมากันสามคน นั่นก็คือประทุม ชูสอง กองหลังจากทีมสุพรรณบุรี อดิสร พรหมรักษ์ จากทีมเมืองทอง โดยที่ฝั่งขวานั้นจะใช้ คริสตองโด ส่วนทางซ้ายนั้นก็ กัปตันทีมชาติอย่าง ธีรธร บุญมาทัน นั่นเอง ตรงกลางนั้นจะใช้สารัช อยู่เย็น ปกเกล้า อนันต์ รวมทั้งผู้เล่นสำคัญอย่าง ชนาธิป สรงค์กระสิน ส่วนกองหน้าคู่นั้นเป็นหน้าที่ของ ธีรศิลป์ แดงดา และ สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้าคนใหม่ที่เพิ่งเรียกเข้ามาติดทีมชาติจากสโมสรอุบลนั่นเอง แน่นอนว่าก่อนเริ่มเกมส์การแข่งขัน ทางผู้ตัดสินนั้นได้มีการให้สัญญาณในการยืนไว้อาลัยให้กับพ่อหลวงของเราเป็นเวลาหนึ่งนาทีก่อนเริ่มเกมส์นั่นเอง

แน่นอนว่าทันทีที่เกมส์การแข่งขันเริ่มขึ้น กองเชียร์ในสนามราชมังคลากว่าสี่หมื่นคนนั้นก็ได้ส่งเสียงตะโกน พร้อมใจกันตะโกนคำว่าไทยแลนด์ ไทยแลนด์ พร้อมกันทำให้เสียงดังกึกก้องไปทั่ว บรรยากาศช่างน่าชวนขนลุกเสียยิ่งกระไร แต่เมื่อเริ่มเกมส์การแข่งขันไปได้ไม่นาน สิ่งที่แฟนบอลไทยกลัวก็มาจนได้นั่นก็คือเรื่องของจุดโทษนั่นเอง ทีมชาติไทยเสียลูกจุดโทษให้กับทีมชาติออสเตรเลียทำให้ทีมของเรานั้นโดยนำไปก่อนหนึ่งประตูต่อศูนย์นั่นเอง แต่หลังจากนั้นกองเชียร์ก็ยังตะโกนไทยแลนด์ ไทยแลนด์ ไม่หยุด ดังนั้นนักกีฬาของเรานั้นก็บุกเข้าใส่ทีมคู่แข่งแบบไม่ลดละ มีการเติมเกมส์จากทั้งฝั่งขวาและฝั่งซ้ายอย่างต่อเนื่อง และแล้วในที่สุดสิ่งที่แฟนบอลชาวไทยรอคอยนั่นก็มาถึง โดยเมื่อชนาธิปลากบอลจี้เข้าหากองหลังของคู่แข่ง หลังจากนั้นจ่ายทะลุช่องไปทางขวาเพื่อให้คริสตอง โด หลังจากนั้นส่งเข้ากลางให้กับ ธีรศิลป์ ยิงบอลเข้าไปตุงตาข่าย ส่งผลให้ทีมชาติไทยของเรานั้นตามตีเสมอเป็นหนึ่งประตูต่อหนึ่งก่อนที่จะจบการแข่งขันในครึ่งแรกนั่นเอง เมื่อเริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่นาน กลับเป็นทีมชาติไทยนั้นทำผลงานได้ดีกว่า มีโอกาสที่จะบุกเข้าใส่คู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นลูกที่จ่ายตามช่อง ลูกเปิดจากด้านข้างทั้งสองฝั่งไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งซ้ายและฝั่งขวา และในที่สุดนั้นผลจากความพยายามของทุกคนในทีมนั้นก็เห็นผลจนได้ นั่นก็คือการที่ธีรธร นั้นได้กระชากเข้าบอลไปในเขตโทษ ก่อนที่จะได้โดนกองหลังของทีมชาติออสเตรเลีย นั้นเข้ามาสกัดอย่างรุนแรงที่ขา ทำให้ผู้ตัดสินนั้น ตัดสินใจเป่านกหวีดเพื่อให้จุดโทษแก่ทีมชาติไทย ซึ่งบรรยากาศตอนนั้นในสนามราชมังคลาแฟนบอลกว่าสี่หมื่นคนนั้นตะโกนกันอย่างสุดเสียงเลยทีเดียว และคนที่รับหน้าที่ยิงลูกจุดโทษนั้นก็เป็นใครไปไม่ได้ นั่นก็คือศูนย์หน้าหมายถึงหนึ่งของทีมชาติไทยอย่าง ธีรศิลป์ แดงดานั่นเอง และก็ไม่พลาด เจ้ามุ้ยนั้นยิ่งเข้าไปตุงตาข่าย ทำให้ทีมชาติไทยนั้นขึ้นนำบ้างเป็นประตูสองต่อหนึ่ง หลังจากเสียประตูนั้น ทีมจิงโจ้ก็ได้เปลี่ยนผู้เล่นลงมาใหม่ถึงสองคน เพื่อมาทำเกมส์รุกอย่างเต็มตัวใส่ทีมชาติไทยของเรา และก็เป็นผลในที่สุดจากลูกโยนยาวเข้าไปในเขตโทษ ผู้ตัดสินนั้นได้ทำการเป่าให้ลูกจุดโทษแก่ทีมออสเตรเลียอันเนื่องมาจากสาเหตุที่ว่า สิโรจน์ ฉัตรทองนั้นได้ไปทำการดึงผู้เล่นของออสเตรเลียล้มลง ทำให้ออสเตรเลียนั้นตีเสมอทีมชาติไทยเป็นสองประตูต่อสองนั่นเอง และก็ยันผลการแข่งขันนี้ไปจนจบการแข่งขันนั่นเอง เท่ากับว่าจบเกมส์นี้ ทั้งสองทีมนั้นก็ได้แบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งแต้มนั่นเอง เท่ากับว่าทีมชาติไทยนั้นได้แต้มแรกจากการแข่งขันเสียที หลังจากก่อนหน้าที่แข่งมาถึงสี่นัด แพ้รวดทั้งสี่นัดยังไม่มีคะแนนแม้แต่แต้มเดียวเลย แน่นอนว่าจบการแข่งขันถึงแม้ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยผลเสมอก็ตาม แต่แฟนบอลชาวไทยนั้นต่างก็มีความสุข กับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งหลังจบการแข่งขันบรรดาแฟนบอลทั้งในสนามและที่บ้านต่างก็ร่วมกันฉลอง ซึ่งต่างก็แยกย้ายกันบ้านก็ฉลองทั้งเครื่องดื่มมึนเมาไม่ว่าจะเป็นเหล้าเบียร์ในบ้าน Knockdown ต่างก็ดื่มกินกันอย่างมีความสุข ส่วนบรรดาแม่บ้านและเด็กๆนั้น ไม่ได้ดื่มเหล้าเบียร์ด้วยต่างก็ได้นำเครื่องปั่นน้ำผลไม้ออกมาเพื่อใช้งาน เพื่อที่จะใช้เครื่องปั่นน้ำผลไม้ทำการปั่นน้ำผลไม้มารับประทาน ร่วมฉลองให้กับฟุตบอลไทยไปด้วยกันนั่นเอง เครื่องปั่นน้ำผลไม้นั้นนอกจากที่จะปั่นน้ำผลไม้ให้เราได้แล้วนั้น

เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ยังสามารถที่จะปั่นของเหลวอะไรก็ได้ตามที่ใจเราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มชากาแฟ น้ำอัดลม หรือจะเป็นเครื่องดื่มผลไม้สมูตตี้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้นั้นก็สามารถที่จะปั่นน้ำอร่อยๆให้เราได้รับประทานได้เช่นกัน โดยที่เรานั้นสามารถที่จะไปหาซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้ได้อย่างง่ายดายจากห้างสรรพสินค้า หรือจะเป็นร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าก็สามารถที่จะซื้อได้เช่นกัน โดยที่ราคาของเครื่องปั่นน้ำผลไม้นั้นถือว่าถูกมากเลยทีเดียวถ้าเทียบกับประโยชน์ใช้สอยต่างๆที่เราได้รับมาจากเครื่องปั่นน้ำผลไม้นั่นเอง แน่นอนว่าการฉลองนั้นยังคงดำเนินต่อไปไม่ว่าจะเป็น เหล้า เบียร์ น้ำผลไม้จากเครื่องปั่นน้ำผลไม้ แต่อยากจะให้แฟนบอลชาวไทยนั้นอย่าลิ่มเลิกเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย เพราะในระหว่างที่เรานั้นกำลังฉลองกันอยู่นี้ นักฟุตบอลทีมชาติไทยทุกคน นั้นกำลังขึ้นเครื่องบินไปประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเตรียมที่จะทำการแข่งขันฟุตบอลรายการชิงแชมป์อาเซียน โดยที่รายการนี้เรานั้นเป็นแชมป์เก่า ซึ่งเรานั้นไปในฐานะแชมป์เก่า และขนผู้เล่นชุดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไปทำการแข่งขันเพื่อป้องกันแชมป์ และนำแชมป์รายการนี้กลับมาฝากคนไทยให้ได้เพื่อที่จะทำให้สภาพจิตใจของคนไทยทั้งประเทศนั้นกลับมามีชีวิตชีวาและพร้อมที่จะดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้าได้อย่างที่พ่อได้หวังจะให้เราเป็นและดำเนินตามคำสอนของพ่อ และอีกเหตุผลนึงที่นักเตะทุกคนในชาติเรานั้นต้องการเป็นอย่างยิ่งสำหรับแชมป์รายการนี้ก็คงจะเป็นเพราะว่า นักเตะทุกคนนั้นอยากจะนำแชมป์นี้กลับมาให้ในหลวงของเรานั่นเอง ถึงแม้ว่าวันนี้ท่านจะอยู่บนสวรร ท่านต้องมองลงมาจากข้างบนฟ้า และท่านคงจะมีความสุขมากๆ